วิเคราะห์เกม ‘ลิเวอร์พูล VS คริสตัล พาเลซ’ คืนนี้ 02.15 น.

วิเคราะห์เกมการแข่งระหว่าง ลิเวอร์พูล VS คริสตัล พาเลซ

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2563 เวลา 02.15 น.(ตามเวลาประเทศไทย)

 

 

ความพร้อมของลิเวอร์พูล

“หงส์แดง” พลาดการเก็บชัยที่ กูดิสัน ปาร์ค ในนัดที่แล้ว ประกอบกับชัยชนะของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาทำให้ต่อให้ชนะในนัดนี้ พวกเขาจะยังไม่การันตีแชมป์ แต่การเล่นในแอนฟิลด์นัดแรกต่อหน้าแฟนๆ ที่ดูถ่ายทอดสดทางบ้าน ก็คงจะต้องทุ่มสุดตัวเพื่อเอาชนะให้ได้

 

นาธาเนียล ไคลน์ กับ เชอร์ดาน ชากิรี่ เป็น 2 นักเตะที่มีปัญหามาตั้งแต่ก่อนฤดูกาลกลับมารีสตาร์ต แต่ในเกมกับเอฟเวอร์ตัน พวกเขาต้องเสีย เจมส์ มิลเนอร์ และ โจเอล มาติป เพิ่มไปอีกด้วย ส่วนในรายของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซึ่งไม่ได้ลงสนามในนัดที่แล้ว มีลุ้นกลับมาลงช่วยทีมได้อีกครั้ง

 

เกมกับเอฟเวอร์ตัน การไม่มี โม ซาลาห์ สร้างปัญหาอย่างชัดเจนในเกมรุกของทีม แต่เกมนี้ “บังโม” น่าจะกลับมาลงสนามได้ เมื่อประสานงานกับ “บ็อบบี้” ฟีร์มิโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ น่าจะส่งผลให้เกมบุกของพวกเขาดีขึ้นตามลำดับ ส่งผลถึงฟอร์มโดยรวมที่น่าจะกระเตื้องขึ้นกว่าเกมที่แล้ว

 

ผลงานของลิเวอร์พูล 5 นัดล่าสุด

01/03/20 แพ้ วัตฟอร์ด 0-3 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

04/03/20 แพ้ เชลซี 0-2 (เยือน, เอฟเอ คัพ)

07/03/20 ชนะ บอร์นมัธ 2-1 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

12/03/20 ชนะ แอตเลติโก มาดริด 1-0 (2-3 E) (เหย้า, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก)

22/06/20 เสมอ เอฟเวอร์ตัน 0-0 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

 

ความพร้อมของคริสตัล พาเลซ

คริสตัล พาเลซ กลับมาเล่นในช่วงเวลาหลัง โควิด-19 ด้วยสถานะลอยตัวพอสมควร โดยพวกเขารั้งอันดับ 9 มีอยู่ 42 แต้ม น่าจะรอดพ้นต่อการตกชั้นแล้ว แถมยังมีลุ้นไปเล่นฟุตบอลยุโรปซีซั่นหน้าอีกต่างหาก เพราะทีมปราสาทเรือนแก้วมีคะแนนห่างจากอันดับ 5 แมนฯ ยูไนเต็ด เพียงแค่ 4 แต้มเท่านั้น

 

เกมนี้ รอย ฮอดจ์สัน น่าจะต้องปวดหัวพอสมควรเพราะในเกมที่แล้วเกมเดียวเขาต้องเสียผู้เล่นสำคัญไปทั้ง เจมส์ ทอมป์กินส์, มาร์ติน เคลลี่ และ เจฟฟรีย์ ชลุปป์ ทำให้การจัดตัวในแนวรับจะมีตัวเลือกน้อยลง แต่นอกนั้นก็ยังคงฟูลทีมไม่มีปัญหาอื่น ๆ เพิ่มเติม

 

ส่วนฟอร์มนัดที่แล้ว พาเลซ บุกไปชนะ บอร์ทมัธ ถึงบ้าน 2-0 ก็น่าจะสร้างความมั่นใจได้พอสมควร และพวกเขาน่าจะมาเยือนแอนฟิลด์ด้วยความรู้สึกนั้น และสู้กับเจ้าถิ่นได้อย่างสนุก

 

ผลงานของคริสตัล พาเลซ 5 นัดล่าสุด

08/02/20 แพ้ เอฟเวอร์ตัน 1-3 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

22/02/20 ชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 1-0 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

29/02/20 ชนะ ไบรท์ตัน 1-0 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

07/03/20 ชนะ วัตฟอร์ด 1-0 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

21/06/20 ชนะ บอร์นมัธ 2-0 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

 

ผลการพบกันของทั้งสองทีม

19/08/17 ลิเวอร์พูล ชนะ คริสตัล พาเลซ 1-0 (พรีเมียร์ลีก)

31/03/18 คริสตัล พาเลซ แพ้ ลิเวอร์พูล 1-2 (พรีเมียร์ลีก)

21/08/18 คริสตัล พาเลซ แพ้ ลิเวอร์พูล 0-2 (พรีเมียร์ลีก)

19/01/19 ลิเวอร์พูล ชนะ คริสตัล พาเลซ 4-3 (พรีเมียร์ลีก)

23/11/19 คริสตัล พาเลซ แพ้ ลิเวอร์พูล 1-2 (พรีเมียร์ลีก)

 

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เวอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่

 

คริสตัล พาเลซ (4-3-3) : บิเซนเต้ กวาอิต้า – โจเอล วอร์ด, สกอตต์ แดนน์, แกรี่ เคฮิลล์, พาทริค ฟาน อานโฮลท์ – ชีกู กูยาเต้, ลูก้า มิลิโวเยวิช, เจมส์ แม็คอาเธอร์ – จอร์แดน อายิว, วิลฟรีด ซาฮา, คริสติยอง เบนเตเก้

 

วิเคราะห์ผลบอล

ถึงแม้ ลิเวอร์พูล ที่ได้ 3 ประสานในแนวรุกกลับมาจะดูดีกว่าพอสมควร แต่การเล่นกับ คริสตัล พาเลซ ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพวกเขามีเกมโต้กลับที่สร้างปัญหาให้กับทีมไหนก็ได้ในลีก และฟอร์มของ “หงส์แดง” ในเกมกับเอฟเวอร์ตัน ก็ดูยังไม่ลงตัวด้วย

 

กลับกัน พาเลซ ไม่มีทางเลือกมากนักเพราะต้องมาเจอกับทีมที่น่าจะเดินหน้าบุกใส่แบบไม่ยั้ง ดังนั้นการเล่นให้รัดกุมและโต้กลับโดยใช้โอกาสไม่เปลืองจึงจะเป็นผลที่สุด แต่ก็ต้องอย่าลืมว่า ลิเวอร์พูล คือทีมที่มีเกมรับดีที่สุดทีมหนึ่งในลีก ดังนั้นถ้ามีโอกาสแล้วทำไม่ได้โอกาสแพ้ก็สูงลิบ

 

เชื่อว่าเกมนี้ ถึงจะได้ ซาลาห์ กลับมาแต่การประสานงานของ 3 ประสานของลิเวอร์พูล น่าจะยังไม่ไหลลื่นมากเท่าที่ควร แต่ก็น่าจะดีพอที่จะช่วยให้พวกเขาเอาชนะทีมเยือนได้ในที่สุด

 

ผลที่คาด : ลิเวอร์พูล ชนะ คริสตัล พาเลซ 2-0

ข่าวบอลที่คุณห้ามพลาด