วิเคราะห์เกม ‘ลิเวอร์พูล VS เชลซี’ คืนนี้ 02.15 น.

วิเคราะห์เกมการแข่งระหว่าง ลิเวอร์พูล VS เชลซี

วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2563 เวลา 02.15 น.(ตามเวลาประเทศไทย)

 

 

ความพร้อมของลิเวอร์พูล

นอกเหนือจากเรื่องของผลการแข่งขันแล้ว ไฮไลท์ของเกมนี้คือพิธีรับถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ซึ่งพวกเขาจะได้สัมผัสถ้วยแชมป์และฉลองกันอย่างสุดเหวี่ยงหลังจากจบเกมกับเชลซี

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะไปฉลองแชมป์ กุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ คงต้องกำชับลูกทีมให้มุ่งสมาธิไปที่เกมในสนามเสียก่อน เพราะถ้าแพ้ก่อนรับแชมป์ บรรยากาศคงจะกร่อยๆเล็กน้อย อีกทั้งเป็นเกมในบ้านนัดสุดท้าย ซึ่งทุกคนคงอยากจะส่งท้ายเกมนัดเหย้าด้วยการเก็บ 3 แต้มให้ได้

 

ส่วนตัวผู้เล่นนัดนี้ โจเอล มาติป กับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน บาดเจ็บ ทำได้แค่นั่งดูเพื่อนเล่นที่ข้างสนาม จากนั้นพอบอลจบ “เฮนโด้” จึงจะขึ้นไปรับถ้วยแชมป์ในฐานะกัปตันทีมหงส์แดง ขณะเดียวกับ คล็อปป์ต้องรอเช็กอาการ เจมส์ มิลเนอร์ กับ เดยัน ลอฟเรน อีกสองราย

 

ผลงานของลิเวอร์พูล 5 นัดล่าสุด

03/07/20 แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-4 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

05/07/20 ชนะ แอสตัน วิลล่า 2-0 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

09/07/20 ชนะ ไบรท์ตัน 3-1 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

11/07/20 เสมอ เบิร์นลี่ย์ 1-1 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

16/07/20 แพ้ อาร์เซน่อล 1-2 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

 

ความพร้อมของเชลซี

ขุนพล “สิงโตน้ำเงินคราม” เพิ่งโชว์ฟอรมไล่ขยี้แมนฯ ยูไนเต็ด 3-1 ผ่านเช้าชิงชนะเลิศศึกฟุตบอลเอฟเอคัพได้สำเร็จ ซึ่งน่าจะช่วยเรื่องของความคึกคักมั่นใจของทัพนักเตะสิงห์บลูได้เป็นอย่างดี 

 

สำหรับเกมนี้ถือว่ามีความสำคัญต่อเชลซีไม่น้อย เพราะพวกเขากำลังไล่ล่าตั๋วไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้า ซึ่งถ้าเชลซีบุกไปเก็บชัยชนะได้ที่แอนฟิลด์ ก็จะการันตีตั๋วยูซีแอลทันที แต่ถ้าเสมอหรือแพ้ ก็ไปลุ้นกันต่อในนัดสุดท้ายของฤดูกาล

 

ด้านความพร้อมตัวนักเตะ กุนซือแฟรงก์ แลมพาร์ด ต้องรอเช็กอาการของ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน ส่วนในรายของ บิลลี่ กิลมอร์ และ ฟิยาโก โทโมริ หมดสิทธิลงช่วยทีม เนื่องจากยังเจ็บไม่หาย

 

ผลงานของเชลซี 5 นัดล่าสุด

05/07/20 ชนะ วัตฟอร์ด 3-0 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

08/07/20 ชนะ คริสตัล พาเลซ 3-2 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

11/07/20 แพ้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 0-3 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

15/07/20 ชนะ นอริช ซิตี้ 1-0 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก

20/07/20 ชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-1 (สนามกลาง, เอฟเอ คัพ)

 

ผลการพบกันของทั้งสองทีม

29/09/18 เชลซี 1-1 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)

14/04/19 ลิเวอร์พูล 2-0 เชลซี (พรีเมียร์ลีก)

15/08/19 ลิเวอร์พูล (P) 2-2 เชลซี (ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ)

22/09/19 เชลซี 1-2 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)

04/03/20 เชลซี 2-0 ลิเวอร์พูล (เอฟเอ คัพ)

 

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เวอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – นาบี เกอิต้า, ฟาบินโญ่, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่

 

เชลซี (4-3-3) : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, คูร์ท ซูม่า, มาร์กอส อลอนโซ่ – มาเตโอ โควาซิช, จอร์จินโญ่, เมสัน เมาน์ท – คริสเตียน พูลิซิช, วิลเลียน, โอลิวิเยร์ ชิรูด์

 

วิเคราะห์ผลบอล

นับตั้งแต่การันตีแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ความดุดันของลิเวอร์พูลก็ดูจะลดน้อยถอยลงไปอย่างเห็นได้ชัด โดยสองนัดที่ผ่านมาทำได้แค่เปิดบ้านเจ๊าเบิร์นลี่ย์ 1-1 และนัดล่าสุดบุกไปพ่ายอาร์เซน่อล 1-2 

 

ขณะที่ เชลซี ผลงานกลับมาดีอีกครั้งในช่วงปลายซีซั่น จนสามารถขยับขึ้นมารั้งอันดับ 3 เรียกว่าถ้าไม่พลาดเองง่ายๆ แลมพาร์ดน่าจะได้ไปโชว์ฝีมือในเวทีแชมเปี้ยนส์ลีกซีวซั่นหน้าแน่นอน

 

อย่างไรก็ดี เกมนี้ลิเวอร์พูลอาจจะต้องกลับมาเน้นเป็นพิเศษ เพราะเป็นเกมก่อนรับโทรฟี่แชมป์ ขณะเดียวกัน ทีมหงส์แดงได้เปรียบทีมเยือนที่ความสดของนักเตะ เนื่องจากพวกเขาได้พักมาเต็มๆ ส่วนเชลซีเพิ่งผ่านเกมหนักในศึกเอฟเอคัพมาหมาดๆ สุดท้ายเชื่อว่าด้วย “ความสด” ที่มีมากกว่าของลิเวอร์พูลจะเป็นกุญแจสำคัญให้พวกเขาเก็บชัยชนะได้ก่อนฉลองแชมป์กันอย่างสุดเหวี่ยง

 

ผลที่คาด : ลิเวอร์พูล 2 – 1 เชลซี

ข่าวบอลที่คุณห้ามพลาด