วิเคราะห์เกม ‘เอฟเวอร์ตัน VS ลิเวอร์พูล’ คืนนี้ 18.30 น.

วิเคราะห์เกมการแข่งขันระหว่าง เอฟเวอร์ตัน VS ลิเวอร์พูล

วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2563 เวลา 18.30 น.(ตามเวลาประเทศไทย)

 

 

ความพร้อมของเอฟเวอร์ตัน

การชนะ 4 นัดรวด เก็บ 12 คะแนนเต็ม ครองบัลลังก์จ่าฝูงอย่างสุดยอด คือผลงานสุดเซอร์ไพรส์ของทัพ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ซึ่งออกสตาร์ทพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ได้อย่างเหลือเชื่อแม้กระทั่งเหล่าสาวกเอฟเวอร์โตเนียนเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าทีมรักของตัวเองของระเบิดฟอร์มได้ร้อนแรงเช่นนี้

 

อย่างไรก็ตาม เกมนี้กุนซือคาร์โล อันเชลอตติ มีปัญหาสภาพทีมเล็กน้อย โดย เซมัส โคลแมน และ ลูก้าส์ ดีญ มีอาการบาดเจ็บรบกวนมาจากเกมทีมชาติ ซึ่งต้องรอเช็กสภาพร่างกายอีกครั้ง ส่วน เยอร์รี มีน่า กองหลังทีมชาติโคลอมเบีย เจ็บต้นขาส่อแววพลาดลงช่วยทีม ทำให้ เบน ก็อดฟรีย์ กองหลังตัวใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจากนอริช ซิตี้ อาจจะได้ลงประเดิมสนามให้กับเอฟเวอร์ตันทันที

 

ขณะที่ อัลลัน และ อังเดร โกเมส ซึ่งเจ็บมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อนเบรกทีมชาติ น่าจะหายกลับมาลงสนามได้ ส่วนแกนหลักรายอื่นพร้อมลงสนาม นำโดย 3 แนวรุก ริชาร์ลิซอน ฮาเมส โรดริเกซ และโดมินิค คัลเวิร์ต เลวิน พร้อมเป็นตัวทีเด็ดของทัพทอฟฟี่เช่นเดิม

 

ผลงานของเอฟเวอร์ตัน 5 นัดล่าสุด

19/09/20 ชนะ เวสต์บรอมวิช 5-2 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

24/09/20 ชนะ ฟลีตวู้ด ทาวน์ 5-2 (เยือน, ลีก คัพ)

26/09/20 ชนะ คริสตัล พาเลซ 2-1 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

01/10/20 ชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 4-1 (เหย้า, ลีก คัพ)

03/10/20 ชนะ ไบรท์ตัน 4-2 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

 

ความพร้อมของลิเวอร์พูล

การประเดิมซีซั่นด้วยการมี 9 แต้มจาก 4 นัด อาจจะไม่ใช่ผลงานที่เลวร้ายเกินไปนักของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล แต่ถ้ามองเจาะรายละเอียดลงไปในแต่ละนัด ต้องยอมรับว่ามาตรฐานของแข้งหงส์นั้นดร็อปลงไปจากฤดูกาลที่แล้วพอสมควร โดยเฉพาะผลงานล่าสุด ซึ่ง ลิเวอร์พูล บุกไปพ่ายเละเทะต่อ แอสตัน วิลล่า 2-7 ชนิดที่แฟนบอลช็อกตาตั้งกันไปทั่วโลก 

 

ขณะเดียวกัน ขุมกำลังของลิเวอร์พูลในช่วงนี้ก็มีปัญหาพอสมควร โดยเฉพาะการติดโควิด-19 ซึ่งก่อนหน้านี้ ติอาโก้ อัลกันตาร่า และ ซาดิโอ มาเน่ ถูกตรวจพบว่าติดไวรัสดังกล่าว แต่ล่าสุดพ้นระยะกักตัวและสามารถกลับมาลงซ้อมได้ตามปกติแล้ว แต่ก็ยังต้องรอเช็กความฟิตของสภาพร่างกายอีกครั้ง

 

ส่วนที่ลงไม่ได้แน่นอน และถือเป็นปัญหาใหญ่ของทีมหงส์แดงคือ อลิสซอน เบ็คเกอร์ นายทวารมือหนึ่ง ซึ่งยังต้องพักจากอาการเจ็บไหล่ ทำให้กุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่มีทางเลือก และจำเป็นต้องใช้งานโกลมือสองอย่าง อาเดรียน ลงเฝ้าเสาต่อไป แม้นัดที่แล้วเจ้าตัวจะโดนวิลล่าเจาะตาข่ายไปถึง 7 ลูกเลยก็ตาม 

 

ผลงานของลิเวอร์พูล 5 นัดล่าสุด

20/09/20 ชนะ เชลซี 2-0 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

25/09/20 ชนะ ลินคอล์น ซิตี้ 7-2 (เยือน, ลีก คัพ)

29/09/20 ชนะ อาร์เซน่อล 3-1 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

02/10/20 แพ้ อาร์เซน่อล 0-0 (P) (เหย้า, ลีก คัพ)

04/10/20 แพ้ แอสตัน วิลล่า 2-7 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

 

ผลการพบกันของทั้งสองทีม

02/12/18 ลิเวอร์พูล 1-0 เอฟเวอร์ตัน (พรีเมียร์ลีก)

03/03/19 เอฟเวอร์ตัน 0-0 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)

05/12/19 ลิเวอร์พูล 5-2 เอฟเวอร์ตัน (พรีเมียร์ลีก)

05/01/20 ลิเวอร์พูล 1-0 เอฟเวอร์ตัน (เอฟเอ คัพ)

22/06/20 เอฟเวอร์ตัน 0-0 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)

 

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เอฟเวอร์ตัน (4-3-3) : จอร์แดน พิคฟอร์ด – เชมัส โคลแมน, ไมเคิ่ล คีน, เบน ก็อดฟรี่ย์, ลูก้าส์ ดีญ – อันเดร โกเมส, อัลลัน, อับดูลาย ดูกูเร่ – ฮาเมส โรดริเกซ, ริชาร์ลิซอน, โดมินิก คัลเวิร์ต-เลวิน

 

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อาเดรียน – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โฌแอล มาติป, เวอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – ติอาโก้ อัลกันตาร่า, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินิโอ ไวนัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่

 

วิเคราะห์ผลบอล

แม้จะคว้าชัยมา 4 นัดติด แต่หลายคนมองว่าที่ผ่านมา เอฟเวอร์ตัน ยังไม่ได้เจอทีมระดับบิ๊กเนมสักเท่าไร นี่จึงเป็นบททดสอบสำคัญที่ทีมทอฟฟี่สีน้ำเงินจะได้พิสูจน์ตัวเองว่าพวกเขามีดีพอที่จะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในทีมลุ้นพื้นที่หัวตารางได้หรือไม่

 

ขณะที่ลิเวอร์พูลคงเริ่มรู้ซึ้งถึงคำว่า “การได้แชมป์ว่ายากแล้ว แต่การป้องกันแชมป์นั้นยากยิ่งกว่า” ซึ่งเป็นการบ้านสำคัญที่เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องพยายามทำให้ลูกทีมงัดฟอร์มจากซีซั่นที่แล้วออกมาให้ได้โดยเร็วที่สุด

 

ส่วนการเจอกันในศึก “เมอร์ซี่ไซด์ ดาร์บี้แมตช์” นัดนี้ องค์ประกอบต่างๆถือว่าใกล้เคียงกัน ทั้งเรื่องของสภาพผู้เล่นที่อาจจะไม่ฟูลทีม แถมทั้งสองทีมยังมีปัญหาคล้ายๆกันคือ เกมรุกดุดันอันตราย แต่เกมรับยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะผู้รักษาประตู ทั้ง พิคฟอร์ด และ อาเดรียน ที่พร้อมสร้างความระทึกใจให้กับแฟนบอลทีมตัวเองได้ตลอดเวลา 

 

ฉะนั้นแมตช์นี้ รูปเกมน่าจะสู้กันได้สูสีตามศักดิ์ศรีของเกมดาร์บี้แมตช์ ก่อนจะเสมอกันไปแบบมีสกอร์ให้แฟนบอลได้เฮกันทั้งสองฝ่าย

 

ผลที่คาด : เอฟเวอร์ตัน 2 – 2 ลิเวอร์พูล

ข่าวบอลที่คุณห้ามพลาด