วิเคราะห์เกม ‘แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS ลิเวอร์พูล’ คืนนี้ 02.15 น.

วิเคราะห์เกมการแข่งระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS ลิเวอร์พูล

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2563 เวลา 02.15 น.(ตามเวลาประเทศไทย)

 

 

ความพร้อมของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 

ผลงานในลีกอาจจะไม่ได้ลุ้นอะไรเท่าไรแล้ว เพราะแชมป์ถูกจองโดยลิเวอร์พูล ส่วนอันดับ 3 ที่ตามมาอย่าง เลสเตอร์ ก็ห่างอยู่ถึง 8 แต้ม ซึ่งหากไม่ฟอร์มหลุดเละเทะจริงๆ ลูกทีมของกุนซือเป๊ป กวาร์ดิโอล่า น่าจะจบด้วยการเป็นรองแชมป์ในซีซั่นนี้ อย่างไรก็ตาม การเจอกับลิเวอร์พูล ก็ถือเป็นเกมแห่งศักดิ์ศรีที่ แมนฯ ซิตี้ ก็คงไม่ยอมปล่อยผ่านง่ายๆ

 

ส่วนสภาพทีมนัดนี้ แมนฯ ซิตี้จะหมดสิทธิใช้งาน แฟร์นันดินโญ่ ซึ่งติดโทษแบนหลังจากโดนใบแดงในเกมลีกนัดที่แล้ว ขณะที่เกมรุกไม่มี เซร์คิโอ อเกวโร่ ที่บาดเจ็บ ซึ่งเป๊ปมีทางเลือกว่าจะใช้ กาเบรียล เชซุส ลงมาล่าตาข่ายแทน หรือจะใช้แท็กติก “False 9” โดยมอบหมายบทบาทนี้ให้กับ แบร์นาโด ซิลวา หรือ ราฮีม สเตอร์ลิง

 

ผลงานของแมนเชสเตอร์ ซิตี้  5 นัดล่าสุด

08/03/20 แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-2 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

18/06/20 ชนะ อาร์เซน่อล 3-0 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

23/06/20 ชนะ เบิร์นลี่ย์ 5-0 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

26/06/20 แพ้ เชลซี 1-2 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

29/06/20 ชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-0 (เยือน, เอฟเอ คัพ)

 

ความพร้อมของลิเวอร์พูล

อย่างที่ทราบกันดีว่า ทีมหงส์แดงการันตีแชมป์พรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ไปครองได้แน่นอนแล้ว แต่กุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยืนยันว่าลูกทีมของเขายังคงมุ่งมั่นและต้องการเดินหน้าเก็บชัยชนะอย่างเต็มที่เช่นเดิม ซึ่งในช่วง 7 นัดที่เหลือ ลิเวอร์พูลมีลุ้นสร้างสถิติใหม่ขึ้นมาหลายอย่าง และนั่นก็เป็น “แรงจูงใจ” ในช่วงปลายฤดูกาลของทีมหงส์แดง

 

เกมนี้ ลิเวอร์พูล จะไม่มี โจเอล มาติป กองหลังกระดูกเปราะ ซึ่งเจ็บจนต้องปิดซีซั่นนี้ไปแล้ว รวมถึง เจมส์ มิลเนอร์ ที่ยังไม่หายดี ส่วนผู้เล่นแกนหลักรายอื่นยังคงอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเช่นเดิม

 

ผลงานของลิเวอร์พูล 5 นัดล่าสุด

04/03/20 แพ้ เชลซี 0-2 (เยือน, เอฟเอ คัพ)

07/03/20 ชนะ บอร์นมัธ 2-1 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

12/03/20 ชนะ แอตเลติโก มาดริด 1-0 (2-3 E) (เหย้า, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก)

22/06/20 เสมอ เอฟเวอร์ตัน 0-0 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

25/06/20 ชนะ คริสตัล พาเลซ 4-0 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

 

ผลการพบกันของทั้งสองทีม

26/07/18 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แพ้ ลิเวอร์พูล 1-2 (อินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยนส์ คัพ)

07/10/18 ลิเวอร์พูล เสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-0 (พรีเมียร์ลีก)

04/01/19 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 (พรีเมียร์ลีก)

04/08/19 ลิเวอร์พูล เสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 (P) (เอฟเอ คอมมิวนิตี้ ชิลด์)

10/11/19 ลิเวอร์พูล ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 (พรีเมียร์ลีก)

 

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, นิโคลัส โอตาเมนดี้, อายเมอริก ลาปอร์กต์, เบนฌาแม็ง เมนดี้ – เควิน เดอ บรอยน์, อิลคาย กุนโดกัน, ดาบิด ซิลบา – ริยาด มาห์เรซ, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, กาเบรียล เชซุส

 

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เวอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่

 

วิเคราะห์ผลบอล

แมนฯ ซิตี้ ฟอร์มรีสตาร์ทพรีเมียร์ลีกยังเล่นได้ดีมากอยู่ด้วยการกำชัยสวยหรูใน 2 นัดแรก ก่อนแพ้ในนัดล่าสุด และเป็นความปราชัย 2 เกมจากการลงสนาม 4 นัดหลัง แต่ทั้งแนวรับ-รุกยังเล่นลงล็อค และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีเกมเหย้าแข็งแกร่งวางใจได้ ฟาก ลิเวอร์พูล ฟอร์มรีสตาร์ทพรีเมียร์ลีกกำลังเล่นได้ดีขึ้นหลังเก็บผลเสมอในนัดแรก ก่อนประเดิมชัยหลังรีสตาร์ทในนัดล่าวสุด พร้อมแนวรุกกลับมาสอดประสานไหลลื่น ทำให้คว้าชัย 2 ใน 3 นัดหลัง และเก็บ 7 คะแนนจากการลงสนาม 3 นัดหลัง ส่วนเกมเยือนทำได้ดีมาก ทำให้แมตช์นี้ “หงส์แดง” เริ่มกลับมาคืนฟอร์ม และเล่นด้วยความฮึดเหิมจะบุกมาเจ๊า “เรือใบสีฟ้า” ได้

 

ผลที่คาด : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสมอ ลิเวอร์พูล 1-1

ข่าวบอลที่คุณห้ามพลาด